Fahut 的个人资料Atomic Faster照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
หย้าตาเว็ปขแงผมเปนไงมั้งอะคับ ติชมทีคับแล้วก็ขอฟากเว็ปด้วยนะอิอิ คลิกเล้ย!! ผมกำลังหัดทำเว้ปยอู่คับ
URLเว็ปผม มีไรติชมได้คับ
หน้าตาอาจเมหือนของสเปช
เพราะผมชอบแบบสเปชคับแต่ในสเปชมันจำกัดเกินไป
ผมต้องการไรใหม่ๆเลยลองทำดูคับ ขอบคุณนะคับ
กรุณาดูวีดีโอเพื่อความมันส์ในการอ่านเรื่องนี้
อาชญากรรมในเมืองหลวงกำลังรุนแรงมากขึ้น เหล่าร้ายก่อพฤติกรรมสุดโหด จิ๊กโก๋ คนเถื่อน เดินกันเกลื่อนถนนตำรวจต้องทำงานหนัก แต่ไล่ตามพวกมันไม่ทัน เพราะมันใช้เครื่องมือทุ่นแรงในการประกอบอาชญากรรมก้าวรุดหน้าตำรวจเสมอ...จากหมัดมาเป็นไม้(คมแฝก) จากไม้เป็นมีด(ทั้งยาวและสั้น) จากมีดเป็นปืน (เอ็ม - 16) จากปืนเป็นระเบิด (มีหลายชนิด ขวด ลูกเกลี้ยง ฯลฯ) แต่ต่อไปจะต้องหนักขึ้นไปอีก ไม่นานเกินรอเราอาจต้องเจอกับจรวด(อาร์.พี.จี.) ...แล้วประชาชนคนเดินถนนหาเช้ากินค่ำอย่างเราจะทำอย่างไร เราจะเอาอะไรมาป้องกันตัว ยิ่งถ้ากฎหมายห้ามพกพาอาวุธ ออกประกาศใช้ เรามิต้องพกสากไว้สู่กับจรวด หรือ เอ็ม-16 กันรึเนิ่ยย.... ไม่ต้องตกใจครับ ...บรรดาอาวุธร้ายเครื่องทุ่นแรงในการฆ่าสังหารที่กล่าวมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นอุปกรณ์ที่ล้าสมัยไร้อำนาจทั้งสิ้น เมื่อเทียบกับสิ่งที่ท่านจะมีอยู่ในครอบครอง..ท่านไม่ต้องไปกลัวมัน..ท่านไม่จำเป็นต้องเหน็บสากไปสู้กับมันเพราะสิ่งที่ท่านจะมีนั้นมันเหนือชั้นกว่าจนทาบไม่ติด..ท่านกำลังจะมี “A Bomb” ไว้ใช้เองในบ้านท่าน มันคือ “ระเบิดปรมาณู” ที่ท่านจะต้องสร้างมันขึ้นไงละครับ...อย่าพึ่งตกใจหรือยิ้มเยาะถ้าท่านสนใจก็ขอให้ทำดู ต่อไปนี้คือวิธีสร้างระเบิดปรมาณูไว้ใช้เองในบ้าน เป็นแบบประหยัดสุดยอด รับประกันคุณภาพว่าแหลกย่อยยับถึงใจพระเดชพระคุณจริงๆและท่านสามารถทำเองได้สบายมาก ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย (ดิบๆ) เสียอีก ถ้าท่านมี “A-Bomb” ติดบ้านไว้สักลูก ท่านไม่ต้องหวั่นเกรงมนุษย์หน้าไหนทั้งสิ้น ไม่ต้องหวาดผวาต่อภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอกอีกต่อไปเมื่อไรที่ท่านรู้สึก “เซ็ง” ท่านอาจทดทองใช้ดูได้ทันที..และไม่แน่..ท่านอาจจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่จนคับฟ้าไปเลยก็ได้ เอาละครับท่านคิดอยากจะมี เอ-บอมบ์ ติดบ้านไว้ซักลูกก็ขอให้ติดตามรายละเอียดได้เลย..ก่อนอื่นใดทั้งหมด ท่านจะต้องทำความเข้าใจกับทฤษฎีและหลักการของระเบิดแบบปฏิกิริยานิวเคลียร์ลูกโซ่เสียก่อน..ระเบิดปรมาณูมันระเบิดขึ้นมาได้อย่างไร ..ง่ายมากครับ..หลักการมีอยู่ว่า.. “เอายูเรเนี่ยม-235 หรือพลูโตเนี่ยมก็ได้ ในปริมาณเท่ากันสองก้อน มาวางประกอบกันให้ดี ในชั่วเวลาหนึ่งมันจะเกิดระเบิดด้วยตัวของมันเอง”...ง่ายไหมครับ
จะเห็นได้ว่าเราไม่ต้องไปทำอะไรกับมันเลย ปฎิกิริยานิวเคลียร์จะเกิดขึ้นเองอย่างอัตโนมัติ ปัญหาสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่เราจะเข้าใจทฤษฎีนิวเคลียร์แต่อยู่ที่เทคนิคมากกว่า..เทคนิคสำคัญ ๆ ก็คือ 1) จะต้องใช้ U-235 ปริมาณเท่าใดจึงจะเกิดระเบิดขึ้นเองได้..คำตอบข้อนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นเข็นใจอะไร เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า ต้องการระเบิดร้ายแรงมากน้อยขนาดไหน ท่านไม่จำเป็นต้องลงมือ คำนวณผลปฏิบัตินิวเคลียร์อะไรให้เปลืองสมองหรอกครับ คิดกันง่ายๆคือการระเบิดน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยระเบิดเอ-บอมบ์ จะทำลายล้างอาณาบริเวณเนื้อที่ 1/3 ไมล์ นับจากจุดศูนย์กลางของการระเบิด จนราบเรียบเหี้ยนเตียนโล่งไม่เหลือแม้แต่หญ้าสักต้น ถัดออกไปอีก 2/3 ไมล์ก็จะเป็นบริเวณที่พังพินาศย่อยยับแต่ยังมีซากเหลือให้เห็นเป็นลักษณะถ่านดำๆ และถัดออกไปอีก 1/4 ไมล์ก็จะเป็นบริเวณที่ได้รับรังสีขนาดความร้อนขนาดละลายรถถังได้สบาย ๆ สุดท้ายอีก 50 ไมล์รอบนอกก็เป็นบริเวณรังสีปรมาณู สิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบจะม้วยมรณามิเหลือหรอสรุปรวมแล้วรัศมีทำลายทั้งหมดกินเนื้อที่ประมาณ 60 ไมล์กว่าๆกำลังดีความแรงขนาดนี้ ท่านต้องใช้ U-235 สักประมาณ 30 ปอนด์ หรือ ขนาดก้อนเท่ากำปั้นเท่านั้นเองแหละครับแต่ในที่นี้เราขอแนะนำให้ใช้ U-235 ขนาด 36-37 ปอนด์ เผื่อเอาไว้ คิดว่ากำลังพอเหมาะพอสมกับการที่จะมีไว้ติดบ้านสักลูกสำหรับบ้านคาไทยทั่วๆ ไป... ถ้าสมมุติว่าท่านนำระเบิดเอ-บอมบ์ขนาด 36 ปอนด์ ไปตั้งให้มันระเบิดที่กลางสนามหลวงแล้วคำนวณดูอย่างหยาบๆ แล้วพบว่าคนในกรุงเทพจำนวนประมาณ250,000 คนก็จะสลายตัวกลายเป็นไอหายไปในทันทีที่มัน “บึม” ขึ้นมา ที่ยังไม่ถึงก็สลายกลายเป็นไอแต่ก็คงเละตุ้มเปะอีกประมาณ 200,000 คน แถมยังมีพวกแขนขาขาด ไส้ไหล หัวหลุดอีกประมาณ 300,000 คน และคงมีอีกซัก 200,000 คนที่โดนรังสีเป็นตายเท่ากัน...ร่วมตัวเฉลี่ยแล้ว “บึม” เดียวกวาดได้ 950,000 คน เท่านั้นเอง...ยังไม่ถึงครึ่งของจำนวนประชากรในกรุงเทพฯ ด้วยซ้ำดังนั้นอำนาจการทำลายขนาดนี้ก็คงยังคิดว่าคงพอเหมาะดีแล้วใช่ไหมครับ 2) เทคนิคสำคัญของการทำระเบิดเอบอมบ์ก็คือ จะทำอย่างไรจึงให้ยูเรเนียม-235 สองก้อนประกบกันอยู่ติดกันอย่างหนาแน่นจนได้เวลา “บึม” ด้วยตัวของมันเอง ..ช่วงเวลาที่ต้องการให้มันประกบติดกันแน่นสนิทจะต้องใช้เวลา1/2วินาที..แต่ท่านต้องทำความเข้าใจ ณ.จุดนี้ให้ดีกล่าวคือ โดยธรรมชาติ U-235 จะมีพฤติกรรมไม่เหมือนกับธาตุปกติธรรมดาทั่วไปเมื่อนำเอา U-235 สองก้อนเข้าใกล้กันมันแสดงพฤติกรรมประหลาดไม่ยอมประกบติดกันง่ายๆ แต่มันจะเกิดพลังงานผลักกัน และแตกออกเป็นเสี่ยงๆกระเด็นหนีออกจากกันไปคนละทิศละทางภายในเวลาไม่ถึง1/100ของวินาที คือเกิดการระเบิดขึ้นนั่นเอง แต่ไม่ใช่เป็นการระเบิดแบบระเบิดปรมาณู เมื่อมันระเบิดออกจากกันจะเกิดควันกัมมันตภาพรังสีฟุ้งกระจายออกมาด้วย..ซึ่งเป็นอันตรายพอๆกับรังสีปรมาณูเหมือนกัน..นี่แหละครับคือปัญหาใหญ่ ในลูกระเบิดปรมาณูจริงๆเท่านั้น เขามีอุปกรณ์กลไกอีเล็คทรอนิคที่ทำหน้าที่ควบคุมให้ U-235 สองแท่งวิ่งประกบติดกันอย่างแน่นสนิท ไม่ยอมให้มันพรากจากกัน “อุปกรณ์จุดชนวน” ดังกล่าวจะจับ U-235 ให้ประกบเข้าหากันนานถึง 1/2วินาทีโดยไม่ให้แตกออกU-235 ก็จะเริ่มปฏิกิริยานิวเคลียร์ลูกโซ่และผลก็คือ “บึม” เท่านั้นเอง..แต่เราจะสร้างกลไกลอย่างเดียวกันกับที่เขาใช้ในลูกระเบิดเอ-บอมบ์จริงๆนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะมันยุ่งยากและสลับซับซ้อนเหลือกำลังอีกทั้งต้องพึ่งเครื่องไม้เครื่องมือเทคนิคชั้นสูงอีกด้วย ดังนั้นเราจึงต้องออกแบบหรือดีซายน์(Design) ระบบจุดชนวนแบบใหม่ขึ้นใช้แทนระบบใหม่นี้รับประกันว่าทำงานได้ 100% สามารถทำเองได้ในบ้านของท่านอย่างสบายๆ อีกทั้งยังมีราคาประหยัดสุดยอด และปลอดภัย (ประมาณ 60%) (ที่เหลืออีก40%ขึ้นอยู่กับฝีมือทางช่างของท่านเท่านั้น) ..เราได้ ดีซายน์ไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้วขอให้ท่านทำความเข้าใจให้ดี ขอให้ดำเนินการขั้นตอนอย่างรอบคอบ อย่าปล่อยให้ดวงมาเป็นเครื่องตัดสินความสำเร็จ ถ้าท่านคิดจะทำ..อย่าลืมว่า ต้องไม่มีคำว่า พลาด เพราะถ้าพลาดมันหมายถึง “บึม” ลูกเดียวจอดทั้งหมู่บ้านนะครับ รายการอุปกรณ์ในหน้าถัดไปนี้ยังไม่รวมของใช้บางอย่างซึ่งคิดว่าคงจะมีอยู่แล้วตามบ้านทั่วไป เช่น กาว กิ๊บหนีบผม ฯลฯ ..รายการนี้มิได้มีการประเมินราคางบประมาณไว้ให้ทั้งนี้เพราะสาเหตุสุดวิสัยหลายประการบังคับ เช่น ราคาวัสดุในท้องตลาดไม่คงที่แน่นอน มีแต่จะสูงขึ้นไปเรื่อยๆจนตามไม่ทัน หรือบางท่านอาจมีเทคนิคในการซื้อหาโดยซื้อเชื่อไว้ก่อนจากร้านข้างๆบ้าน..แล้วพอสร้างระเบิดเสร็จก็ไม่จำเป็นต้องไปชำระหนี้เลยก็ได้อย่างงี้เป็นต้น อุปกรณ์ 1. บ้าน 2 ชั้นจำนวนหนึ่งหลัง 2. ปูนซีเมนต์ 15 ถุง 3. ทรายหยาบ 12 คิว 4. หินผสมคอนกรีต เบอร์ 3 จำนวน 8 คิว 5. ดินปืน 1 กิโลกรัม 6. ท่อเหล็กขนาด 3 นิ้ว ต้องการยาวประมาณ 6-7 เมตร 7. ท่อทองแดงขนาด 2 ½ นิ้ว 1 ท่อน(ควรมีความหนาไม่ต่ำกว่า ¼ หุน) 8. เหล็กเส้น 2 หุ้น ยาว 36 นิ้ว 9. แผ่นเหล็กหนา 1/8นิ้ว ขนาด 3*3 นิ้ว 1 แผ่น 10. ฝาเกลียวโลหะสำหรับปิดปากท่อเหล็ก 3 นิ้ว 1 ฝา 11. ตะกั่ว 27 แท่ง(ขนาดน.น.แท่งละ 1 กิโลกรัม) 12. สายไฟฟ้า(สายอ่อน)แบบธรรมดา พร้อมปลั๊กตัวผู้ 1 เส้น(ยาวตามต้องการ) 13. นาฬิกาตั้งเวลาเปิดปิดไฟได้ 1 เรือน 14. ลวดเชื่อมทองแดง 5-10 เส้น 15. ยูเรเนียม -235 หรือพลูโตเนียม 2 แท่ง (ขนาดแท่งละ 6.16 กิโลกรัม) 16. เครื่องเชื่อมเหล็กแบบก๊าชอาเซติลีน 1 ชุด 17. เตาหลอมโลหะขนาดเล็ก พร้อมท่อระบายอากาศและพัดลมระบายอากาศ 1 ชุด 18. สว่านไฟฟ้า พร้อมดอกสว่านแบบเจาะเหล็ก 1 ชุด 19. ตั๋วเครื่องบินเดินทางออกนอกประเทศ (เที่ยวเดียว) พร้อมหนังสือเดินทางวีซ่า 20. เวลาสำหรับการสร้าง ประมาณ 2 อาทิตย์ ซื้อตั๋วเครื่องบินเตรียมหนี
การเตรียมการเบื้องต้น เมื่อท่านจัดหาวัสดุและอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ครบบริบูรณ์แล้ว ท่านก็ควรตรวจเช็กรายการให้แน่ใจจริงๆเสียก่อน บางรายการที่ได้แจ้งไว้ท่านอาจจะไม่มีติดบ้าน ดังนั้นจึงขอให้ท่านอ่านข้อมูลต่างๆ ให้ตลอดและเตรียมจัดหาวัสดุมาให้ครบก่อนลงมือสร้างจริงๆ..ตรงจุดเริ่มต้นนี้สำคัญอยู่ที่ว่า ท่านต้องแน่ใจว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะลงมือสร้างนี้คือ ระเบิด เอ-บอมบ์ จริงๆนะครับฉะนั้นการที่ทำนี้ต้องเป็นความลับสุดยอด จะบอกให้ใครรู้ก่อนไม่ได้เด็จขาดแม้แต่คนสนิทที่สุดก็ตาม เพราะมันหมายถึงความสำเร็จผลที่ท่านจะลงเอย...ถ้าใครรู้เข้า..ท่านอาจลงเอยเข้าคุก หรือไม่ก็เข้าห้องพักคนไข้โรงพยาบาลโรคจิต อย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน..เอาล่ะครับ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีบุคคลที่สองมีส่วนรู้เห็นในการครั้งนี้แล้วขั้นตอนต่อไปหลังจากจัดซื้ออุปกรณ์ก็คือ จัดกระปำเดินทางให้พร้อมเพื่อความไม่ประมาท หรือจะเขียนพินัยกรรมไว้เลยก็ได้ การเตรียมยูเรเนียม นำแท่งเชื้อเพลิงปรมาณูที่ท่านจัดหามา(จะโดยการซื้อมา หรือขโมยมาก็ได้)ออกมาจากที่ซ่อน..เชื้อเพลิงปรามาณูนี้ควรเป็น U-235 ที่ท่านได้มานี้จะบรรจุอยู่ในตะกั่วหนา ท่านต้องมีสองกล่อง บรรจุกล่องละแท่ง ค่อยๆเปิดกล่องออก นำแท่ง U-235 ออกมาเพียง1 แท่ง ห้ามแกะกล่องพร้อมกันทีเดียวสองกล่องโดยเด็จขาด เพราะ U-235 สองแท่งอยู่รวมกันไม่ได้ ตามทฤษฎีที่กล่าวมาแล้วดังนั้นท่านจะต้องเปิดกล่องทีละกล่องและแยกทำงานกับแท่งU-235ทีละแท่งเมื่อเปิดกล่องตะกั่วออกท่านจะพบแท่งU-235มีลักษณะเป็นแท่งกลมตันขนาด 2 นิ้ว สูง 2 นิ้ว มีน้ำหนัก 18 ปอนด์ หรือประมาณ 6.16 กิโลกรัม..จากนั้นก็นำ U-235 (เพียงแท่งเดียว) ไปเปลี่ยนรูปให้เป็นครึ่งวงกลมที่มีลักษณะคล้ายส้มครึ่งซีก..วิธีทำก็คือ นำไปหลอมให้ปลายด้านหนึ่งละลายจนโค้งมนได้รูปลักษณะดังกล่าว..ตอนนี้ท่านต้องใช้เตา (ตู้) หลอมโลหะกับไฟ “หัวอ๊อก” จากเครื่องเชื่อมโลหะอาเซติลีนเป่าพ่นไฟให้ U-235หลอมละลาย ยูเรเนียม มีจุดหลอมละลายที่อุณหภูมิ 2,760 องศาฟาเรนไฮต์ ส่วนเปลวไฟหัวอ๊อก อาเซติลีนให้ความร้อนได้ถึง 4,770 องศาฟาเรนไฮต์ จึงมีความร้อนเหลือเฟือที่จะทำให้ U-235 ละลายได้อย่างสบาย ในขณะที่ U-235 โดนความร้อนเริ่มละลาย มันจะปล่อยก๊าชกัมมันตรังสีออกมา ถ้าหายใจเข้าไปก็รับประกันว่าตายทันที ดังนั้นในขั้นตอนนี้ที่ท่านจะต้องทำให้เตา(ตู้) หลอมโลหะซึ่งทำด้วยอิฐทนไฟปิดมิดชิด มีปล่องระบายอากาศและพัดลมดูดอากาศทิ้งออกไปให้ไกลๆบ้าน.. อนึ่งถ้า..U-235ได้รับความร้อนสูงเกินไป มันอาจระเบิดได้เหมือนกันแต่ไม่ใช่การระเบิดแบบปรมาณูเพื่อความไม่ประมาทปลอดภัยไว้ก่อนท่านควรหาอ่างกระเบื้องเคลือบหรืออ่างดินเผาที่มนความร้อนได้สูงๆบรรจุด้วยน้ำยาหล่อลื่น “milk bath” (น้ำยานี้มีลักษณะเหมือนนมสด หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เครื่องกลึงเหล็กทั่วๆไป) ท่านควรจะเอาแท่งU-235 แช่ลงในอ่างน้ำยาหล่อลื่นให้ส่วนที่ต้องการจะหลอมโผล่พ้นน้ำยาขึ้นมาแล้วจึงใช้ไฟอ๊อกเป่าลนตรงส่วนนั้น ..ในขณะปฏิบัติการท่านควรสวดมนต์ไปด้วย ความสำเร็จของท่านตอนนี้ 40% ขึ้นอยู่กับดวง ..เมื่อท่านเห็นว่า U-235 หลอมละลายลงไปจนได้รูปโค้งมนดีแล้วก็เป็นอันเสร็จพิธี รอให้เย็นแล้วนำออกจากเตาได้เก็บใส่กล่องตะกั่วปิดผนึกให้มิดชิด จากนั้นนำ U-235แท่งที่สองออกมา จัดการทำการเปลี่ยนแปลงรูปให้เป็นตามครึ่งวงกลมตามวิธีเดิมทุกประการ..ถ้าดวงของท่านไม่จู๋เสียก่อน ท่านก็จะได้ U-235 สองก้อนที่มีรูปเป็นครึ่งวงกลม..ถ้านำเอาด้านเรียบมาประกบกันก็จะเกิดเป็นรูปทรงกลมขนาดเท่าผลส้มเขียวหวานลูกเล็กๆ คราวนี้ท่านก็ได้แท่ง U-235 ที่พร้อมจะระเบิดเอ-บอมบ์แล้ว..แยกเก็บ U-235 ทั้งสองก้อนในกล่องตะกั่ว วางให้ห่างๆจากกันอย่างน้อยสามเมตร การสร้างฐานระเบิด เลือกห้องในบ้านของท่านให้มีชั้นบนกับชั้นล่างตรงกัน ขึ้นไปห้องชั้นบนเจาะพื้นห้องให้มีรูกลมขนาดโตที่จะสอดท่อเหล็ก 3 นิ้วได้ นำท่อเหล็กขนาดสามนิ้วเสียบลงไปในรูนั้น ค่อยๆต่อกันเป็นท่อนๆหย่อนลงไปให้ถึงพื้นห้องชั้นล่าง ให้ท่อยาวประมาณ 6 เมตร (ท่าบ้านของท่านไม่สูงพอ ท่านต้องขุดพื้นบ้านชั้นล่างลงไปอีกเพื่อเสียบท่อเหล็กให้ได้ขนาดยาว 6 เมตร) ปลายท่อควรโผล่เหนือพื้นห้องชั้นบนประมาณแค่เอวเพื่อสะดวกแก่การทำงาน..ปลายท่อนี้จะต้องทำเกลียวสำหรับไขฝาปิดท่อไว้ด้วย
พื้นห้องชั้นล่างควรเป็นพื้นคอนกรีตแต่ถ้าไม่ใช่ในกรณีที่ท่านต้องขุดพื้นลงไปอีกท่านต้องทำพื้นคอนกรีตสำหรับรับปลายท่อเสียก่อนโดยคอนกรีตหนาประมาณ 30 ซม. จากนั้นให้ทำฐานอุดปลายท่อโดยหล่อแท่งซีเมนต์ให้เป็นรูปแท่งลูกบาศก์ขนาด 30*30*30 ซม. ด้านบนของแท่งลูกบาศก์ให้ทำหลุมลึก 3-5 ซม. สำหรับสวมท่อเหล็กให้พอดี..นำ U-235 ก้อนที่หนึ่งวางหงายเอาหน้าเรียบขึ้นตรงใจกลางหลุม ในขณะที่ปูนซีเมนต์ยังไม่แข็งตัว กด U-235 ให้ฝังตัวลงไปในปูนซีเมนต์ซัก 3 ใน 4 ของก้อน..รอให้ปูนแข็งตัวประมาณ 1 วันแล้วจึงนำเอาท่อเหล็กเสียบเข้าไปในหลุมจากนั้นก็เริ่มลงมือผสมคอนกรีต โดยใช้ปูนซีเมนต์หินทราย และนำทั้งหมดที่เตรียมไว้นำมาเททับฐานแท่งลูกบาศก์ให้หมด ต้องระมัดระวังอย่าให้กระเทือนจนทำให้ท่อเหล็กเคลื่อนเป็นอันขาด ไม่จำเป็นต้องโบกตกแต่งหรือฉาบผิวให้สวยงามเพราะเมื่อมันระเบิดแล้ว จะไม่มีอะไรเหลือแม้แต่ฝุ่น ข้อสำคัญคือท่านต้องพอกคอนกรีตให้หนารอบๆฐาน พอกขึ้นไปตามท่อเหล็กให้สูงถึงเพดานพื้นห้องชั้นบนได้ยิ่งดี..ไม่ต้องการความสวยงามแต่ต้องการความหนาแน่นแข็งแรงที่สุด ดังนั้นท่านต้องใช้คอนกรีตทั้งหมด(ประมาณ 22 คิว)..เมื่อสำเร็จแล้วรอให้แห้ง(ประมาณ4-5วัน)ถ้าจะให้ดีควรบ่มคอนกรีตโดยการใช้กระสอบชุบน้ำให้เปียกชื้นไว้รอบๆฐานซัก 3-4 วัน..อันเป็นเสร็จกรรมวิธี..ท่านก็ได้ฐานระเบิดพร้อมที่จะใช้งานได้แล้ว..เมื่อเสร็จ..มันควรจะมีรูปร่างคลายกับแบบ “ดีซายน์”นั่นแหละครับ การสร้างหน่วยจุดชนวนระเบิด คราวนี้ก็มาถึงตอนสำคัญและยุ่งยากที่สุดละครับ ท่านทราบหลักการใหญ่ของมันแล้วคือ..ต้องทำให้U-235 ก้อนที่สองลงไปพบ(ประกบ)กับก้อน U-235ที่นอนรออยู่ในท่อนั่นเอง..ท่าท่านเพียงแต่ใส่ U-235 ก้อนที่สองลงไปในท่อเฉยๆมันก็จะตกลงไปในท่อแล้วผลักกระเด็นกลับขึ้นมาด้วยความเร็วสูงกว่าลูกปืนแต่ออกเป็นชิ้นเล็กๆพุ่งทะลุหลังคาบ้านออกไปทีเดียวซึ่งหมายความว่าท่านอาจจะตายทันทีเพราะโดนรังสีของมัน และเพื่อนบ้านในระแวกนั้นก็ม้วยมรณาไปเป็นแถบๆเช่นกัน.. จะไม่มีการระเบิดของปรมาณูแต่ประการใด..ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีน้ำหนักค่อยกดทับให้U-235ก้อนที่สองถูกกดประกบติดกับก้อนที่นอนรออยู่ในก้อนท่อเป็นเวลานาน1/2วินาที เพื่อให้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ลูกโซ่เกิดขึ้นเสียก่อน ที่มันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ..วิธีที่ง่ายที่สุดก็โดยใช้แท่งตะกั่วหนักๆประมาณ 95 ปอนด์(หรือ 43 กิโลกรัม) กดอัดมันไว้ การสร้างเข็มแทงชนวน เข็มแทงชนวนเป็นส่วนสำคัญของหน่วยจุดชนวนระเบิด ท่านต้องสร้างข้างนอกต่างหากแล้วจึงนำมาสวมใส่เมื่อต้องการใช้..มีวิธีสร้างง่ายๆกล่าวคือ นำตะกั่วที่เตรียมไว้ 27 แท่งมาหลอมให้ละลายแล้วเทลงไปในท่อ(กระบอก) ทองแดงขนาด 2 1/2นิ้ว ยาว 36 นิ้วให้เต็มอย่าลืมหาอะไรอุดปลายท่อด้านหนึ่งให้ดีอย่าให้ตะกั่วไหลออกมา..ก่อนที่ตะกั่วจะแข็งตัวให้เอาเหล็กเส้น 2 หุน เสียบลงไปตรงกลางลึกประมาณ 12 นิ้ว รอให้ตะกั่วแข็งตัว..จากนั้นนำปลายเหล็กเส้นไปเจาะรูขนาด1/8นิ้ว แล้วนำU-235 ก้อนที่สองมาติดตรงปลายแท่งตะกั่ว โดยเอาด้านโค้งออกใช้กาว “อีพ้อคซี่”อย่างดีติด รอให้แห้งสนิทเป็นอันเสร็จพิธี..ท่านก็จะได้เข็มแทงชนวนมีลักษณะรูปร่างคล้ายลูกปืนป.ต.อ.มีหางเป็นเหล็กเส้นยาวออกมา ไกจุดชนวน เมื่อทำเข็มแทงชนวนเสร็จก็พักเก็บไว้ก่อน คราวนี้ท่านต้องสร้างไกจุดชนวนโดยใช้ท่อนเหล็กขนาด 3 นิ้วตัดมายาวประมาณ 36 นิ้ว ทำเกลียวทั้งสองปลายเพื่อสวมกับท่อฐานระเบิดและสวมฝาปิด ด้านหนึ่งของท่อต้องทำแผ่นเหล็กผนังกั้น โดยใช้แผ่นเหล็กหนา 1/8นิ้ว เจาะรูตรงกลางให้พอดีกับขนาดของเข็มแทงชนวนจะรอดผ่านได้อย่างสะดวกแต่อย่าให้หลวมและเชื่อมติดกับผนังภายในของท่อให้แน่นหนาที่สุด จากนั้นก็เจาะรูปลายท่อต่อฐานระเบิด ขนาด1/8นิ้วเจาะให้ทะลุตลอดประมาณ 2 รู ไว้สำหรับเสียบเหล็กเส้นขวางท่อเพื่อป้องกันเข็มแทงชนวนหล่นลงไปในท่อ..อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าท่านเสียบเหล็กขวางท่อเอาไว้..เมื่อท่านทำเสร็จตามแบบก็เป็นอันเสร็จพิธี ท่านก็ได้ระเบิด เอ-บอมบ์ ที่พร้อมจะทำงานได้แล้ว
การประกอบหน่วยจุดระเบิดปรมาณู เมื่อทุกอย่างพร้อมตามแบบดีซายน์ท่านก็ประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกันอย่าเพิ่งสวมไกจุดชนวนเข้าด้วยกันกับฐานระเบิดเพราะมันอันตราย ถ้าเกิดอุบัติเหตุสุดวิสัยเข็มชนวนตกลงไปในท่อเมื่อใดเมื่อนั้นก็ “บึม” ..ต้องทดลองข้างนอกเพื่อตรวจดูว่า เข็มแทงชนวนหลุดออกจากไกจุดชนวนได้คล่องตัวดีหรือไม่โดยเอาสลับกิ๊บออก แล้วปล่อยให้มันตกลงมา ถ้าเห็นว่าคล่องตัวดีจึงนำไปประกบติดกับท่อฐานระเบิดเอาเหล็กเส้นสองท่อนเสียบรูที่เจาะไว้บนตัวท่อฐานระเบิด นำก้านของเข็มแทงชนวนสอดเข้ารูฝาปิดท่อติดสลักกิ๊บให้แน่นหนา ทดลองแกว่งดูอย่าให้หลุดได้ นำสายไฟฟ้าที่เตรียมไว้มาปลอกปลายออกทั้งสองเส้น นำเอาลวดสายไฟเพียง 2-3 เส้นมาผูกควั่นติดกันร้อยสายเข้าไปในรูร้อยสายไฟฟ้าที่ฝาท่อ..ทิ้งสายให้ยาวพอควร แล้วผูกปมกันไม่ให้สายไฟรูดกลับ..นำเข็มแทงชนวนเสียบเกลียวให้แน่น..ระเบิดเอ-บอมบ์ก็พร้อมที่จะทำงาน
ท่านมีสิทธิ์เลือกในการทำงานได้สองกรณี กล่าวคือ ท่าท่านยอมตายไปพร้อมกับระเบิดก็ไม่ต้องทำอะไรมากเพียงแต่ดึงสลับกิ๊บออก แล้วดึงเหล็กขัดนิรภัยออกปล่อยให้เข็มแทงชนวนตกลงไปในท่อ..แล้วก็ บึม เสร็จพิธี อีกกรณีหนึ่งโดยการตั้งเวลาให้ระเบิด ต่อสายไฟฟ้าจุดระเบิดเข้านาฬิกาตั้งเวลาแล้วเสียบปลั๊กไฟ เมื่อถึงเวลาที่ตั้งนาฬิกาก็จะปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าสายไฟฟ้าจุดชนวน เกิดไฟช๊อตที่ปลายเส้นลวด(เกิดสป๊าก) ทำให้ดินปืนระบิดขึ้นทันที แรงระเบิดจะดันให้เข็มแทงชนวนพุ่งลงไปในท่อ(อย่าลืมต้องเอาสลักนิรภัยออกก่อน)..แล้วมันก็ บึม “คำเตือน” ตอนตั้งเวลาจุดระเบิดท่านต้องแน่ใจว่าท่านมีเวลาที่จะหนีออกไปนอกเมืองได้ทัน ก่อนที่เมืองจะหนีท่านไปเสียก่อนนะครับ... เราได้คำนวณอย่างหยาบๆแล้วว่าระบบจุดระเบิดที่เราได้ออกแบบขึ้นมาใหม่นี้ต้องใช้ได้ผล 100% การพุ่งลงไปในท่อยาว 6 เมตร ของเข็มแทงชนวนซึ่งมีน้ำหนักตะกั่ว 90 ปอนด์ จะได้พลังงานที่จุดกระทบก้นห่อประมาณ 8 erg/sec และยังบวกกับแรงขับดินระเบิดเข้าไปอีกพลังงานที่จุดตกกระทบควรจะเพิ่มขึ้นเป็น8 erg/sec พลังงานขนาดนี้มากเกินพอที่จะอัด U-235สองก้อนที่จะประกบกันแน่นสนิทได้นานกว่า ½วินาทีเสียอีก..มันนานพอสำหรับปฏิกิริยานิวเคลียร์จะปะทุ..แล้วก็..บึม “ต้นเห็ด” แห่งไฟประลัยกันตร์ก็จะชูลำขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสง่างดงามกลุ่มควันสีดำและเปลวไฟสีขาวสว่างเจิดจ้าที่ม้วนตัวขึ้นเป็นหมวกลูกเห็ดนั้นจะคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นไอแห่งความหายนะเจือปนด้วยเศษของวิญญาณมนุษย์นับหมื่นคน..มันคงจะทำให้ท่านรู้สึกภูมิใจได้ดีทีเดียวเลยนะครับ... ที่มา ของ ดนต์ รัตนทัศนีย มิติที่4 พ.ย. 2523 จากเรื่อง Build Your Own A-Bomb And Wake up The Neighborthood ของ George W. Harper. ►►►◄◄◄ทายนิสัยจากการเขิน
จะมีใครรู้กันบ้างหรือเปล่าว่า ท่าทางที่เราทำเวลาที่เราเขินอายเนี่ย สามารถบอกได้ว่าเราเป็นคนยังไง ลองมาดูกันสิว่าจะแม่นหรือเปล่า?
หรือถ้าอยากรู้นิสัยของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือหวานใจ ก็ลองหาวิธีทำให้เค้าเขินอายแบบเนียนๆ แล้วลองสังเกตดูว่าเค้าทำกิริยาในข้อไหน เขินแล้วทำเป็นไม่รู้เรื่อง เวลาที่คุณทำอะไรหน้าแตกขึ้นมา แต่กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ว่าเอ…ใช่เราทำเหรอ แล้วชวนคนรอบข้างคุยเรื่องอื่น แบบเปลี่ยนเรื่องไปในทันที ทั้งๆ ที่ตัวคุณเอง ก็รู้สึกเขินอยู่ไม่น้อย นั่นล่ะ บอกได้ว่าคุณเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง มาดขรึม สงบเสงี่ยม แต่ฉลาดรอบรู้ และจริงจังกับการทำงานอยู่ไม่น้อยเชียว แถมยังแอบโรแมนติกเล็กๆ ชอบเสียงคลื่น ลมทะเล แมกไม้ ป่าเขาลำเนาไพรเสียด้วย… เขินแล้วทำเฉย ถ้าทุกทีที่คุณรู้ตัวว่า ได้ทำเรื่องน่าอายขึ้นมาแล้ว แต่หน้าตาท่าทางของคุณกลับไม่รู้สึกสะทกสะท้าน หรือรู้สึกตัวร้อนผ่าวเพราะเขินอายแต่อย่างไร ต้องยอมรับว่าคุณเป็นคนที่แน่มาก คุณเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นแบบสูงสุดขีด ถึงขั้นเอาแต่ใจตัวเองก็ว่าได้ ขึ้โมโหอีกต่างหาก แต่คุณก็ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน ตรงกันข้าม กลับเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย และไม่ใช่คนจองหอง แต่ออกจะเป็นคนทำอะไรไม่รู้จักรอบคอบเท่าไรนัก เขินแล้วหน้าแดงก่ำ
ไม่แปลกอะไร สำหรับอากัปกิริยาแบบนี้ เพราะคุณเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย จิตใจงาม เห็นอกเห็นใจ และมักชอบช่วยเหลือคนรอบข้างอยู่เป็นประจำ ใครที่ได้คุณเป็นเพื่อน นับว่าโชคดีทีเดียว เพราะคุณจะเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่สุด แต่ดูคุณจะมีความมั่นใจในตัวเองน้อยไปนิด และขี้เหงาไม่ใช่เล่น เขินแล้วทำตัวบ้าๆ บอๆ
ลึกๆ แล้วคุณรู้ตัวหรือเปล่าว่า คุณกำลังปิดบังความเป็นตัวของคุณอยู่ ไม่อยากและไม่ชอบให้ใครรู้ว่า คุณกำลังคิดหรือรู้สึกอย่างไรในเวลานั้น แต่คุณไม่ใช่คนเงียบเสียทีเดียว เมื่อคุณพูด ทุกคำที่ออกมาจากปาก จะตรึงผู้ฟังโดยรอบให้ตกอยู่ในมนต์เสน่ห์ของคุณ คุณเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย และเกลียดการบังคับเป็นชีวิตจิตใจ เขินแล้วตัวเย็นเฉียบ
อันนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นคนเย็นชา หรือเฉยเมยเลยสักนิด ตรงกันข้าม คุณเป็นคนที่ชอบเอาใจใส่กับบุคคลรอบข้าง แบ่งปันความรักและความห่วงใยแก่คนเหล่านั้นเสมอ เป็นคนโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก แต่แปลกตรงที่ คุณมักไม่ชอบตีสนิทกับใครเป็นพิเศษ เขินแล้วพูดอะไรไม่ถูก อาจเป็นเพราะคุณประหม่ามากเกินไป ถึงเกิดอาการแบบนั้น แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ ที่จะทำให้ใครต่อใครห่างเหินคุณ เพราะปกติคุณเป็นคนมีน้ำใจให้กับเพื่อนฝูงและคนรอบข้าง ยิ้มแย้มอยู่เสมอ แต่คุณก็ไม่ใช่คนที่จริงจังกับชีวิตมากนัก ออกจะสับสน และชอบลังเล คุณเป็นคนฉลาด แต่ออกจะไม่ทันคนเท่าใดนัก วิธีเอาคลิปวีดีโอจากYouTube
ก่อนอื่นต้องเปิดเว็ปของYouTubeขึ้นมาแล้วเลือกไปที่คลิปวีดีโอที่ต้องการนะคับ พอเลือกไดเล้วให้ก๊อโค้ดจากช่องEmbedนะคับตามภาพ
แล้วก็ให้ดูที่โค้ด ระหว่าง"และ"นะคับเช่นsrc="http://www.youtube.com/v/51s-Y28dJiA" ทีนี้เราก็จะได้โค้ดสำหรับนำไปใส่เว็ปที่เปลียนนามสกุลไฟล์แล้ว ขั้นต่อไปก็เข้าเว็ปhttp://tinyurl.com/เพื่อนำโค้ดที่ได้ไปใส่เพื่อเปลียนนามสกุล โดยก๊อป http://www.youtube.com/v/51s-Y28dJiA นำไปใส่ในช่องที่มีไว้ให้แล้วเพิ่มนามสกุลที่ต้องการให้มันจะเป็น เช่น#.wmaมันก็จะได้ http://www.youtube.com/v/51s-Y28dJiA#.wma ใส่เข้าไปในช่องนั้นแล้วก็กด Make TinyURL!นะคับ แล้วเราก็จะได้โค้ดมาเพื่อนำไปใส่ในช่องWindow mediaคับ ปล.ผมขอแนะนำให้ใช่#.wmaนะคับเพราะว่ามันจะใช้ได้ อะนะ ผมลองนามสกุลอื่นหมดแล้ว มันใช้ไมได้เลยอะ 1.เห็นคนโป๊จะเป็นตากุ้งยิง
2.คิดว่าด้วงเป็นแมลงสาบที่แข็งแรง 3.จิ้งจกคือตะพาบถอดกระดอง 4.ตุ๊กแกเป็นพ่อของจิ้งจก 5.จิ้งจกโตขึ้นไปเรื่อย ๆ จะกลายเป็นจระเข้ 6.ถ้าไม่ตั้งใจเรียนเขาจะงอกเป็นควาย 7.ถ้าเอากิ้งกือมาต่อกันจะได้กิ้งกือตัวยาวๆ 8.ถ้าดูดนิ้วไม่เรื่อยๆ นิ้วจะงอกขึ้นมาอีกนิ้ว 9.ถ้าถูกยุงกัดเยอะๆ เลือดจะหมดตัว 10.เด็กผู้หญิงคือเด็กผู้ชายที่วิ่งซนแล้วช้างน้อยหล่นหาย 11.ถ้าชี้รุ่งกินน้ำแล้วนิ้วจะกุดต้องแก้เคล็ด 12.ถ้ากลืนเมล็ดแตงโมเข้าไปมันจะงอกออกมาทางสะดือ 13.เอาไม้หนีบผ้าหนีบจมูกแล้วจมูกจะโด่ง 14.คิดว่าตุ๊กแกกินตับ 15.ยักษ์วัดแจ้งกับยักษ์วัดโพธิ์ยืนหลับอยู่ 16.คิดว่าแม่ชีเป็นเมียพระ 17.แล้วลูกของพระคือเณร 18.คิดว่านอนเตียงเดียวกันแล้วจะท้อง 19.ถ้าไว้ผมยาวแล้วจะดูหล่อ 20.วันวาเลนไทน์ต้องติดสติ๊กเกอร์รูปหัวใจ 21.เชื่อว่าฉีดยาเจ็บเท่ามดกัด 22.ถ้าได้เรียน'ถาปัดจะดูหล่อๆ เท่ๆ 23.เรอคือตดที่ออกมาทางปาก 24.ผู้หญิงด่าแปลว่าผู้หญิงรัก 25.อิจฉาที่ญี่ปุ่นมียอดมนุษย์เยอะ ผมเชื่อว่าทุกคนก็เคยคิดงี่ ชิมิล่า^^ Gif Animation (กิฟ อนิเมชั่น) คือ ภาพเคลื่อนไหว ที่เกิดจากการนำรูปภาพหลายๆรูปภาพมาแสดงอย่างต่อเนื่องกัน โดยไฟล์ที่แสดงจะเป็น *.gif สร้างได้จากหลายโปรแกรม วันนี้ผมจะมาแนะนำให้ทำจากโปรแกรม โฟโต้ ชอป เพราะคิดว่า ดอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่น่าจะมีการติดตั้งมาแล้ว เผื่อคุณอยากสร้างภาพของคุณเอง ไม่ซ้ำกับคนอื่นเอาไว้ดูเล่น ประดับหน้าเว็บ หรือใช้เป็นรูปภาพประจำตัวคุณตามเว็บบอร์ดต่างๆ
อย่างแรกก่อนทำคิดว่าควรจะมีความรู้พื้นฐานของ โฟโต้ ชอป มาบ้าง แต่ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะพยายามแนะนำไปเรื่อยๆ (ผมเองก็หัดเองครับ เลยน่าจะสามารถแนะนำให้คนที่ไม่เคยทำมาก่อนให้ทำได้) เริ่มแรกก็ควรรู้จักการสร้างงานใหม่ก่อนเลย เปิดโปรแกรมขึ้นมา ไปที่ File > New จากนั้นที่หน้าต่างก็จะมีการกำหนดรายละเอียดต่างๆ เช่น ชื่องาน, ขนาด, ความละเอียด, ขนิดสีของงาน, แบ็กกราวนด์ของงาน ฯลฯ ผมกำหนดไว้แบบกลางๆนะครับ ขนาด 300 X 300, สี RGB,ความละเอียด 72 Pixels/Inch ที่สำคัญคือ เลือก Background Contents คือ Transparent ซึ่งก็คือทำให้พื้นงานเป็นสีใส หรือ ถ้าหากต้องสร้างให้มีแบ็กกราวน์สีเดียวกับพื้นเว็บ หรือเอาภาพมาใส่พื้นหลัง ก็ใส่แบ็กกราวนด์ทีหลังก็ได้ครับ ![]() เครื่องมือในโฟโต้ ชอป และ อิมเมจ เรดดี้ โปรแกรม โฟโต้ ชอป จะมีโปรแกรม อิมเมจ เรดดี้ ติดตั้งมาด้วยพร้อมกัน ยกเว้นใน โฟโต้ ชอป เอเลเม้นท์ (Photoshop Element) จะรวมอยู่ด้วยกัน การใช้งานและเครื่องมือจะคล้ายๆกัน ดังนั้น ผมขอแนะนำในโปรแกรม โฟโต้ ชอป ซึ่งสามารถนำไปใช้กับ โปรแกรมอื่นได้เช่นกัน โปรแกรมที่ผมนำมาเป็นตัวอย่างคือ Photoshop CS แต่การใช้งานทั่วๆไป ไม่แตกต่างจาก Photoshop 7 ครับ (ลองแล้วส่วนใหญ่เหมือนๆกันครับ) เครื่องมือใน โฟโต้ ชอป มีเยอะมาก มากจนผมคิดว่าคงมีคนไม่มากนัก ที่จะเข้าใจแล้วใช้งานเป็นได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ เครื่องมือหลายตัวสามารถประยุกต์ใช้ร่วมกันได้อีก ทำให้การสร้างงานต่างๆกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ถ้าอยากเก่ง ต้องขยันศึกษา และลองใช้งานเอาเองครับ คำสั่งที่ใช้บ่อยๆของโปรแกรมก็ควรรู้จักบ้างคือ - File -> New <Ctrl + N> สร้างงานใหม่ (ด้านหลัง คือชอร์ทคัท) - Edit -> Copy <Ctrl + C> ก้อปปี้ - Edit -> Cut <Ctrl + X> ตัด - Edit -> Paste <Ctrl + P> วาง - Edit -> Step Backward <Ctrl + Alt + Z> ถอยกลับขั้นตอน ใช้เพื่อการแก้ไขงาน - Edit -> Step Backward < Ctrl + Z > ถอยกลับขั้นตอนใน อิมเมจเรดดี้ (ทำไมไม่ทำให้เหมือนกันก็ไม่รู้ครับ) - Edit -> Step Forward <Ctrl + Shift + Z> เดินหน้าขั้นตอน - เมื่อใดที่ทำงานแล้ว กดคำสั่งอื่นๆแต่โปรแกรมไม่ยอมทำให้ นั่นเพราะคำสั่งเดิมยังไม่ได้ Apply ต้องกด Marquee Tool ก่อน หรือ อาจจะ เลือกผิดเลเยอร์ ก็ได้ - เครื่องมือแต่ละชนิด มักมี Tool Options Bar ให้ปรับแต่งการใช้งานด้วย อยู่ที่ ด้านล่างของเมนูบาร์ (เปลี่ยนตามเครื่องมือที่เลือกใช้) Window ด้วยความที่เครื่องมือมีมากมายทำให้การจัดวางเครื่องมือต้องใช้พื้นที่มาก ผู้สร้างโปรแกรมจึงใช้วิธีซ่อนกลุ่มเครื่องมือบางส่วนไว้ การเรียกใช้งาน ผู้ใช้สามารถเลือกเปิด / ปิด ตามความต้องการที่จะใช้งาน การเรียกใช้งาน เรียกใช้ได้จาก Menu Bar > Window > ทำเครื่องหมายภูก ที่เครื่องมือที่ต้องการใช้ และเอาเครื่องหมายถูกออก ในส่วนของเครื่องมือที่ไม่ต้องการ การเลือกใช้งานก็คือ คลิกที่ Tab ของเครื่องมือที่ต้องการใช้งาน Tab มักจะปรากฎที่กลุ่มเครื่องมือด้านขวามือ หรือ ด้านบน - ขวา ของโปรแกรม ส่วนมากมักเป็นกลุ่มเครื่องมือใช้ทำงานร่วมกับเครื่องมือในส่วน Tool Box และเกี่ยวกับการทำงานในส่วนของงานของเรา เครื่องมือใน Tool Box Tool Box คือชุดเครื่องมือที่ใช้งานกับงานของเรา จะถูกจัดอยู่ในส่วนที่แยกออกมาต่างหาก ถ้าหากไม่มี เปิดการใช้งานที่ Menu > Window > Tool ใช้งานร่วมกับ Menu Tools Option Bar (อยู่ด้านล่างของ เมนูบาร์) จะเป็นส่วนปรับแต่งในราบละเอียดต่างๆของ เครื่องมือที่เลือกใช้ ผมจะค่อยๆแนะนำในส่วนที่จะใช้ไปเรื่อยๆ ส่วนไหนที่ยังไม่ได้แนะนำ ก็ลองใช้ดูเล่นๆไปก่อนก็ได้ครับ Marquee Tools ![]() เป็นกลุ่มเครื่องมือสำหรับเลือกส่วนที่ต้องการ การใช้งานคือ เลือกรูปทรงที่ต้องการ ลากคุมส่วนที่ต้องการ บริเวณที่เป็นจุดไข่ปลา จะถูกเลือกให้พร้อมที่จะรับคำสั่งอื่นๆต่อไป การยกเลิก กดที่ไหนก็ได้ในงาน 1 ครั้ง การวาด และ ลบ ![]() ที่ Tools Box คลิกที่เครื่องมือ Brush Tool ใช้เพื่อการวาดภาพ ถ้าคลิกค้างจะสามารถเลือกเปลี่ยนเป็น Pencil Tool ได้ด้วย สามารถเลือกสีโดยคลิกที่ แท็บ Switch คลิกที่สีเพื่อเปลี่ยนสีตามต้องการ สามารถเปลี่ยนขนาดได้โดย คลิกขวาที่ไฟล์งาน เลือกปรับแต่งขนาดตามต้องการ ![]() ส่วนการลบ เลือกที่ Eraser Tool แล้วไปใช้ในส่วนที่ต้องการลบ สามารถปรับขนาดได้ เหมือนกับ Brush Tool ถ้าเลือกที่ BackGround Eraser Tool จะเป็นการเลือกลบในส่วน แบ็กกราวนด์ ที่ไม่ต้องการออกจากรูป ถ้าเลือกในส่วน Magic Eraser Tool จะทำการลบสีที่ต่อเนื่องกับสีที่เราเลือกไว้ทั้งผืน Paint ![]() คือการลงสี หลังจากเลือกสีที่ต้องการแล้ว ก็เลือกเครื่องมือนี้ ไปที่ๆต้องการจะเติมสี แล้วก็คลิก การใช้ Move Tool ![]() Move Tool คือ เครื่องมือเพื่อการเคลื่อนย้ายตำแหน่ง เรียกใช้งานได้ที่ Tools Box ที่ เครื่องหมาย ลูกศรและมีเครื่องหมายทิศทางอยู่ ใช้โดยการใช้เม้าส์ลากไปตำแหน่งที่ต้องการ (หรือใช้ปุ่มลูกศรแทนก็ได้) ถ้าทำเครื่องหมายถูกที่ Show Bounding Box ของ Tools Option (อยู่ด้านล่างของ เมนูบาร์) ยังสามารถ ขยาย-ย่อ ขนาดรูปได้อีกด้วย โดยการลากที่บริเวณขอบของไฟล์ ปรับขนาดได้ตามต้องการ ถ้าหากต้องการให้สัดส่วนคงที่ กด Shift ค้าง แล้วลากที่บริเวณมุมของไฟล์ นอกจากนี้ยังสามารถหมุนทิศทางของไฟล์ได้อีกด้วย โดยการเลื่อนเม้าส์ไปบริเวณด้านข้างของไฟล์ จนลูกศรของเม้าส์เปลี่ยนเป็นเส้นทิศทางแบบโค้ง ก็ใช้เม้าส์ลากไปตามทิศทางที่ต้องการได้ หรือเรียกการใช้งานได้ที่ Edit > Free transform ก็ได ![]() Zoom Tool ![]() มีให้ใช้ทั้ง ซูมอิน และ ซูมเอ้าท์ เลือกได้ที่ Tool Option Bar ครับ แต่ให้ง่ายคือ กด < Ctrl + Space Bar> เพื่อ ZOOM IN แล้วก็กด < Ctrl + Shift + Space Bar> เพื่อ ZOOM OUT Lasso Tools ![]() ป็นเครื่องมือสำหรับเลือกบางส่วนของภาพที่ต้องการ อันแรกคือการลากตามส่วนที่ต้องการ (ต้องอาศัยฝีมือกันหน่อยแหละ) อันที่ 2 คือใช้คลิก โดยระหว่างจุดทีเลือกจะเป็นเส้นตรง (อันนี้ง่ายหน่อย คลิกถี่ๆหน่อย ก็เป็นโค้งได้) อันที่ 3 อันนี้จะเลือกจากความแตกต่างของสีให้โดยอัตโนมัติ โดยคอยสร้างจุดที่กำหนดไว้ได้เอง(บางทีก็เซ่ออีก) อันแรกนี่เริ่มแล้ว ปล่อยคลิกเมื่อไหร่ มันจะวิ่งไปหาจุดเริ่มต้นทันทีนะครับ ส่วนอีก 2 อัน ค่อยๆคลิกได้ อันไหนผิด กด Delete เพื่อลบจุดที่กำหนดไว้ได้ครับ Crop ![]() Crop เป็นเครื่องมือสำหรับเลือกตัดเฉพาะส่วนที่ต้องการ วิธีใช้คือ เมื่อเลือกเครื่องมือนี้แล้วก็กำหนดจุดเริ่มต้น จากนั้นก็ลากจนคลุมส่วนที่เราต้องการ จะได้ลักษณะเป็นรูป สี่เหลี่ยม ดับเบิ้ลคลิก ก็จะได้รูปที่ต้องการ Mask / Standard ![]() Quick Mask / Standard เป็นเครื่องมือสำหรับเลือกส่วนที่ต้องการปกป้อง ไม่ให้ถูกแก้ไข ในขณะที่เราทำงาน แต่ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยเลือกส่วนที่เราต้องการทำงานได้ การใช้งาน คลิกที่ Quick Mask Mode จากนั้นใช้เครื่องมือ Brush กำหนดจุดที่เราต้องการ ถ้าคลุมพื้นที่กว้างๆ อาจใช้ Paint ช่วยในการลง เมื่อครบแล้ว คลิกที่ Edit in Standard Mode จะเห็นว่า ส่วนที่เราลงสีไว้ จะถูกปกป้อง การทำงานกับภาพ จะไม่ถูกทำในส่วนนี้ได้ แต่ถ้าหากต้องการใช้เป็นส่วนที่ทำงาน ก็สั่งได้ที่ Select > Inverse หรือกด <Shift + Ctrl + I> ตอนนี้เราก็สามารถทำงานในส่วนที่เลือก โดยส่วนที่ไม่ถูกเลือกจะถูกปกป้องไว้ Blur Tool Group ![]() กลุ่มนี้เป็นเครื่องมือสำหรับตกแต่งภาพ Blur คือการทำภาพให้เบลอ (แปลได้ตรงเผงเลย) Sharpen คือการทำภาพให้คมชัดขึ้น (ความจริงคือ มันจะไปแก้สีให้แสดงเด่นชัด ไม่ตุ่นหน่ะ ไม่ได้แก้จริงหรอก) Smudge คือการทำให้ภาพดูเหมือนเคลื่อนไหว ใช้มากๆภาพจะเบลอนะครับ การใช้งานคือ คลิก แล้วลาก สามารถปรับขนาดโดย คลิกขวา เหมือน Brush Tool ส่วนออฟชั่นอื่นๆ ปรับได้ที่ Tool Option Bar Stamp / Healing Group ![]() ขอเอาเครื่องมือ 2 กลุ่มมาแนะนำพร้อมๆกัน เนื่องจากใช้งานคล้ายๆกัน Clone คือการก้อปปี้บริเวณที่เลือก ไปวางทับส่วนที่ต้องการ ใช้งานโดยเลือก กด Alt ค้างไว้ แล้วเลือกบริเวณที่ต้องการจะ โคลน กดคลิกซ้ายค้าง แล้วลากเม้าส์ไปบริเวณที่เราต้องการจะโคลนทับ ปล่อย ALT ลากเม้าส์ทับส่วนที่ต้องการ ส่วน Pattern คือการเลือกจากส่วนที่สร้างไว้แล้วไปวางทับแทน ![]() ส่วน Healing Brush การใช้งานเหมือน Clone แต่จะมีการเกลี่ยสี ให้ใกล้เคียงกับบริเวณใกล้เคียง Patch คือการสร้างส่วนที่ต้องการจะวางทับ โดยกำหนดบริเวณที่ต้องการ แล้วเลือกโดยใช้เม้าส์ลากไปเลือกส่วนที่ต้องการทับ (ผมว่า เครื่องมือนี้ น่าจะเอาไว้ซ่อมรูปภาพที่ชำรุดนะ) อันสุดท้ายนี้ไว้เปลี่ยนสี ของจุดที่ต้องการ กับสีที่ได้เลือกไว้ มีใน CS นะครับ Jump to ... หรือ Edit in... ![]() Jump คือ การเปลี่ยนการทำงานไปมาระหว่างโปรแกรม โฟโต้ ชอป และ อิมเมจ เรดดี้ เป็นสวิทช์ส่งงานไปอีกโปรแกรม เพื่อการแก้ไขงาน ทำให้ง่ายต่อการแก้ไขในส่วนที่ต้องการ Preview in Default Browser... (Image Ready) ![]() Preview in Default Browser คือทดสอบงานที่เราสร้างขึ้นใน เว็บบราวน์เซอร์ ที่เรากำหนดไว้ โดยปกติจะถูกกำหนดไว้โดย Internet Explorer เพื่อดูว่างานที่เราสร้างขึ้นมา เมื่อแสดงผลบนเน็ตแล้วเป็นอย่างไร เครื่องมือส่วน TAB ส่วนนี้ส่วนมากมักเป็นกลุ่มการทำงานร่วมกับเครื่องมือในส่วน Tool Box และเกี่ยวกับการทำงานในส่วนของงานของเรา เปิดเรียกใช้ส่วนที่ต้องการได้จาก Menu Bar > Window > ทำเครื่องหมายภูก ที่เครื่องมือที่ต้องการใช้ และเอาเครื่องหมายถูกออก ในส่วนของเครื่องมือที่ไม่ต้องการ มักจะอยู่ทางด้านขวาของหน้า หรือ บางส่วนก็จะอยู่ที่ด้านบน เมื่อคลิกที่ Tab ก็จะเปิดส่วนดังกล่าวให้ใช้งาน การใช้ History ![]() History คือส่วนทีใช้เก็บการทำงานแต่ละขั้นตอนของเรา คลิกที่ แท็บ History เลือกถอยหลังกลับไปที่การทำงานที่ต้องการไปมาได้ ใช้เพื่อแก้ไขการทำงานที่ผิดพลาด รู้จักกับการทำงานกับ เลเยอร์ (Layers) ต่อมาก็มารู้จักกับเลเยอร์กัน เลเยอร์ เปรียบเหมือนแผ่นใส ที่สามารถแยกออกจากกันในการทำงาน และสามารถนำมารวมกัน เพื่อการแสดงผล สามารถวางทับซ้อนกัน สลับสับเปลี่ยนให้งานไหนอยู่บน - ล่าง โดยการคลิกซ้ายค้าง ลากงานขึ้น - ลง ตามการแสดงผล งานที่อยู่เหนือกว่า จะแสดงผลทับงานที่อยู่ล่างเสมอ เมื่อสร้างงานแล้ว จะมีหน้าต่างแสดงเลเยอร์แสดงอยู่ ถ้าไม่มีไปที่ เมนูบาร์ > Window > ทำเครื่องหมายถูกหน้า Layers จากนั้นดูที่แท็บเครื่องมือ คลิกที่แท็บ Layers ก็จะเห็นเลเยอร์งานที่ทำอยู่ การสร้างเลเยอร์เพิ่ม ที่ด้านล่างของส่วนเลเยอร์ คลิกที่เครื่องหมายสัญญลักษณ์ สี่เหลี่ยมพับมุม ถ้าต้องการจะก้อปปี้เลเยอร์ ให้คลิกซ้ายค้างที่เลเยอร์ที่ต้องการ ลากไปที่ สัญญลักษณ์ สี่เหลี่ยมพับมุม ส่วนการลบ ก็ใช้การลากเลเยอร์ที่ไม่ต้องการไปที่ สัญญลักษณ์ ถังขยะ ![]() Opacity (ลดความเข้มของภาพลง) ![]() ในส่วนของ เลเยอร์ มีเครื่องมือตัวนี้มาให้เพื่อช่วยลดความเข้มของภาพลง ทำให้ภาพดูใสในเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำๆ หรือในบางครั้ง ใช้เพื่อทำให้ภาพดูซอฟท์ลง ไม่ให้ดูแข็งเกินไป Swatches (เครื่องมือช่วยเลือกสี) ![]() Swatches เป็นเครื่องมือช่วยเลือกสี ใช้ได้กับการวาด และการลงสี การใช้งานง้าย...ง่าย อยากได้สีไหน ก็คลิกเลย Optimize (Image Ready) เป็นส่วนในการปรับแต่งเพื่อการแสดงผลและเซฟงาน ในที่นี้เราจะเลือกเป็น *.gif อย่างเดียวนะครับ เนื่องจากไฟล์ภาพอื่นๆ ไม่สามารถแสดงในลักษณะเคลื่อนไหวได ![]() งาน งานที่ผมจะแนะนำให้เริ่มทำ ขอเริ่มจากไฟล์ที่เราเขียนขึ้นเองก่อน แล้วจะแนะนำงานที่สร้างขึ้นจากภาพอื่นๆ ต่อไปนะครับ งานที่ทำจากภาพที่วาดขึ้นเอง เริ่มแนะนำจากงานที่สร้างจากภาพเพียงภาพเดียวภายในเลเยอร์ก่อนนะครับ เรียกได้ว่าพื้นฐานที่สุด แล้วจะค่อยๆเพิ่มงานที่ต้องทำในหลายๆขั้นตอนภายในต่อๆไปนะครับ ภาพที่วาดขึ้นจาก โฟโต้ ชอป โดยใช้เม้าส์จะค่อนข้างยากซะหน่อย ถ้ารู้เทคนิคจะง่ายขึ้นครับ นั่นคืออาศัย เลเยอร์ เข้าช่วย คือ เราร่างแบบคร่าวๆก่อนที่จะทำงานจริง จากนั้นใช้ฟังก์ชั่น Opacity เพื่อลดความเข้มลง แล้วสร้างเลเยอร์ใหม่ทับ เขียนในเลเยอร์ใหม่ แล้วเลือกใช้เลเยอร์ที่ต้องการ (ที่จริงมันก็มีเครื่องมือช่วยวาดเหมือนกัน แต่ผมใช้แล้วปวดหัวครับยิ่งใช้ยิ่งยาก เลยขอไปหัดใช้ก่อน เป็นแล้วจะมาสอนครับ) Basic ![]() เริ่มแนะนำงานจากภาพเดี่ยว เลเยอร์เดี่ยวก่อนนะครับ เปิดโปรแกรม PhotShop สร้างงานใหม่ (New) กำหนดพื้นที่ 150 X 150 pixels เลือกพื้นแบบใส เลือกเครื่องมึอ Pencil Tool กำหนดขนาดเป็น 50 pixels คลิก 1 ครั้งที่มุมซ้ายล่างของงาน เสร็จแล้ว ง่ายไหมครับ จากนั้น Jump ไป อิมเมจ เรดดี้ เปิดส่วน Optimize ขึ้นมา เซ็ตให้เป็น GIF (ถ้าส่วน Optimize ไม่ได้สั่งให้แสดง เปิดได้ที่ Window > Optimize) ที่ส่วน Animation จะเห็นจุดแดงของเรา (ถ้าไม่มี เปิดได้จาก Window > Animation) ไปที่ด้านล่างๆของ Animation จะเห็นสัญญลักษณ์ สี่เหลี่ยมพับมุม กด 1 ครั้ง เพื่อสร้าง เฟรมใหม่ ขึ้นมา ไปเลือกที่เครื่องมือ Move Tool จากนั้นกดที่แป้น ลูกศร เพื่อเคลื่อนย้ายจุดแดงตามต้องการ กดที่สัญลักษณ์ สี่เหลี่ยมพับมุม สร้างอีกเฟรม ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนครบตามต้องการ ส่วนถ้าเฟรมไหนที่เราไม่ต้องการ ลบได้โดยการ ลากเฟรมที่ไม่ต้องไปที่ สัญญลักษณ์ถังขยะ จากนั้น ไปที่ด้าน ล่าง-ซ้าย ของส่วน Animation จะมีส่วนให้เลือกว่า จะให้แสดงภาพในลักษณะใด (Looping) ถ้าเลือก Forever คือการแสดงภาพแบบชนิดที่แสดงภาพแบบวนไปเรื่อยๆ, Once คือการแสดงแบบเที่ยวเดียว หรือ เลือกเองว่าจะให้แสดงกี่รอบก็ได้ที่ Other ที่แต่ละเฟรมของเรา ด้านล่างจะเห็นส่วนที่ สามารถกำหนดเวลา (Delay) ได้ด้วยว่าเฟรมไหนต้องการให้แสดงเวลาเท่าไหร่ เลือกได้เป็นเฟรมๆ ถ้าจะเลือกในหลายๆเฟรมที่ต่อกัน คลิกที่เฟรมแรก และกด Shift ค้างไว้ คลิกที่เฟรมสุดท้าย จะสามารถเลือกเวลาในทุกเฟรมที่เลือกไว้พร้อมๆกัน ที่ด้านล่างของ Animation ยังมีเครื่องมือ Tween คือ การสร้างภาพแบบต่อเนื่อง หากต้องการใช้ คลิกเลือก เฟรมที่ต้องการ แล้วกดที่ Tween จะเห็นหน้าต่างว่าต้องการให้สร้างเฟรมไปยังตำแหน่งใด Next คือ เฟรมต่อไป, Previous คือ เฟรมก่อนหน้า และ First คือ กลับไปที่เฟรมแรก ส่วนต่อมาคือกำหนดว่าจะให้สร้างเป็นจำนวนกี่เฟรม เลือกได้จากช่องตัวเลข และสามารถเลือกว่า คำสั่งมีผลในทุกเลเยอร์ หรือ เฉพาะเลเยอร์ที่เลือกไว้ ในส่วนล่างสุด กำหนดได้ว่ามีผลกับงานในด้านใดได้อีกด้วย หลังจากสร้างงานเสร็จแล้ว บางครั้งอาจไม่พอใจในขนาดของรูป ถ้าหากรูปที่ได้มีพื้นที่ว่าง ไม่มีส่วนของรูปเลย เราก็อาจใช้เครื่องมือ Corp เพื่อเลือกแต่ส่วนที่มีงานออกมาได้ หรือภาพมีขนาดที่เราไม่พอใจก็คลิกที่ Menu > Image > Image Size... ปรับเอาตามต้องการ เราจะทดสอบงานที่สร้างได้ที่ปุ่ม Play ไม่พอใจแก้ได้ในเฟรมที่ต้องการจนพอใจ จากนั้นก็ถึงขั้นตอน เซฟงาน ไปที่ Menu > File ถ้าสั่งเซฟ ธรรมดา (Save) จะเซฟไฟล์เป็น *.psd ซึ่งเป็นไฟล์ของ Photoshop สามารถกลับมาแก้ได้ทุกเมื่อ และถ้าหากต้องการเซฟเป็นไฟล์ *.gif ต้องเลือกเซฟที่ Save Optimized As ... เลือกเป็น Image Only...(*.gif) หรือ ตอนที่ต้องการทดสอบงาน เลือกทดสอบที่ Preview in Default Browser... ถ้าหากพอใจงานที่ทำก็คลิกขวาสั่ง Save Picture As... ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ งานจากไฟล์ภาพนิ่ง บางครั้งไปเจอภาพที่ถูกใจ เอามาทำเป็นอนิเมชั่นเล่นก็ได้ครับ โฟโต้ ชอป มีเครื่องมือใช้ตกแต่งรูปเยอะแยะ เราก็เอาเครื่องมือนั้นมาช่วยสร้างความแตกต่างระหว่างรูป แล้วเอามาใช้ทำอนิเมชั่นอีกที ผมได้ลองใช้อยู่ 2 - 3 ตัว เลยเอามาแนะนำกัน ถ้าคุณว่างๆ ก็ลองใช้เครื่องมืออื่นดูนะครับ ก่อนอื่นเลย เพื่อเป็นการปกป้องภาพต้นฉบับ เมื่อคุณเปิดภาพแล้ว ให้กด <Ctrl + A> และกด <Ctrl + N> แล้วกด <Ctrl + V> เพื่อเป็นการก้อปปี้ > สร้างงานใหม่ > วาง ตามลำดับ ไฟล์ต้นฉบับ ปิดทิ้งไปเลยครับ ควรจะทำทุกครั้งที่ทำงานกับไฟล์ภาพด้วยนะครับ ทีนี้บรรเลงเต็มที่ ไม่ต้องกลัวไฟล์เก่าพัง หลังจากนี้ผมจะข้ามขั้นตอนนี้ ถือว่าเราได้ตกลงกันแล้วนะครับ สร้างการเคลื่อนไหวด้วย Smudge Smudge เป็นเครื่องมือที่ทำให้ถาพดูเป็นภาพเคลื่อนไหว ผมเลยลองเอามาทำให้ภาพนิ่ง กลายเป็นภาพเคลื่อนไหว โดยให้ภาพจาก Smudge 2 รูป (รูปตัวอย่างเริ่มแสดงความเป็นโรคจิตหน่อยๆแล้ว อิอิอิ) เริ่มที่ หลังจากทำการสร้างไฟล์ภาพจากไฟล์ต้นฉบับ เราจะทำงานบนไฟล์ที่สร้างใหม่กัน เริ่มคือ ก้อปปี้เลเยอร์ใหม่อีก 2 เลเยอร์ ตั้งชื่อว่า left และ right ที่เลเยอร์ right ใช้เครื่องมือ Mask เลือก Brush ควรเลือกแบบขอบเบลอ ระบายสีลงบนส่วนที่เราจะต้องการให้เคลื่อนไหวให้ครบ ในที่นี้คือรูปน้องกระต่าย และบางส่วนของน้องหนู เมื่อครบแล้ว กดที่เครื่องมือ Standard ข้างๆ Mask นั่นแหละ ที่ภาพเราจะเห็นว่ากลายเป็นจุดไข่ปลากระพริบที่ส่วนที่เราระบายสีไว้จนถึงขอบเฟรม นั่นคือ เราได้เลือกส่วนที่จะปกป้องไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นสั่ง Menu > Select > inverse หรือกด <Shift + Ctrl + I> เพื่อสลับเป็นเลือกน้องกระต่าย ตอนนี้จะกลายเป็นจุดไข่ปลาล้อมน้องกระต่ายอย่างเดียว ซึ่งเป็นส่วนที่เราต้องการทำงาน ไปที่ Blur > Smudge ตอนนี้จุดไข่ปลาต้องแสดงอยู่นะครับ จากนั้นคลิกขวา เลือกขนาด แปรง เอาให้ใหญ่คุมได้ทั้งหมดของส่วนที่เลือกเลย เลือกเลเยอร์บน left คลิกแล้วลากไปซ้ายนิดเดียวนะครับ แล้วก็เลือกทำกับ right แต่ลากไปทางขวานิดเดียวเหมือนกัน (ถ้าลากเยอะ จะกลายเป็นมัว ดูไม่รู้เรื่องครับ) Jump ไปอิมเมจ เรดดี้ สร้างเฟรม 2 เฟรม เลือกโชว์ left - right อย่างละเฟรม กำหนดเวลา ทดลอง พอใจก็เซฟ เสร็จแล้ว งานที่ผมทำ ได้ลองเพิ่มเลเยอร์หลับตาขึ้นมาอีกอัน โดยก้อปปี้ไฟล์ต้นฉบับก่อนครับ จากนั้นไปแก้ที่ตาให้หลับ ด้วยเครื่องมือ Clone Stamp Tool และใช้เครื่องมือ Lasso เลือกเฉพาะ ส่วนบริเวณตา กด <Ctrl + C> แล้วกด <Ctrl + V> จะได้เลเยอร์ตาขึ้นมาอีกอัน ลากไปไว้บนสุด แล้วปิดเลเยอร์ทั้งหมดก่อนครับ แล้วค่อย Jump ไป อิมเมจ เรดดี้ เลือกเปิดเลเยอร์ left ก้อปปี้เฟรมซัก 12 เฟรม จากนั้น เลือกเปิดเฟรม right สลับ ตอนนี้อยากให้หลับตาเฟรมไหนบ้าง ก็เลือกเอาได้แล้วครับ เลือกเวลา ทดสอบ เซฟ เสร็จแล้ว ** ข้อสังเกต เปรียบเทียบระหว่าง 2 ภาพที่ผมทำขึ้น จะเห็นว่า ภาพที่มีจำนวนเฟรมเยอะๆ ชนาดไฟล์ก็จะใหญ่ขึ้นด้วย อักษรแบบแยกกันอิสระ ![]() วิธีนี้ ต้องแปลงจากตัวอักษรที่ทำมาทุกแบบ ให้กลายเป็นไฟล์ภาพก่อน (เช่น อักษรที่เป็นภาพ ที่ทำจากขั้นตอนก่อน เราต้องสั่ง Layers > Merge Layers หรือกด <Ctrl + E> เลเยอร์จะถูกรวมเป็นเลเยอร์เดียว) จากนั้นทำให้แต่ละตัวอักษรกลายเป็นเลเยอร์ โดยการใช้เครื่องมือ Marquee Tools หรือ Lasso ตามถนัด เลือกคลุมแต่ละตัวอักษรของเลเยอร์แรก แล้วกด <Ctrl + C> แล้วกด <CTRL + V> ให้ครบทุกตัว จากนั้นกดเครื่องมือ Move Tool เพื่อจัดตำแหน่งตัวอักษรให้เรียบร้อยซะก่อน จากนั้นปิด เลเยอร์แรก ไปครับ (อันที่อักษรครบ) Jump ไป อิมเมจเรดดี้ สร้างเฟรมใหม่ จากนั้นก็แล้วแต่เราจะจัดให้ตัวอักษรว่าจะให้วิ่งไปทางไหนแล้วครับ ถ้าจะจัดแบบกลุ่ม ก็ใช้ลิ้งค์ของเลเยอร์ช่วย (จำได้ไหมเอ่ย ...สัญญลักษณ์รูปโซ่ไงครับ) สั่ง Tween ช่วยก็ได้ ง่ายดี ถ้าจากนั้นจะให้ Tween กลับก็เลือก First อีกครั้ง เสร็จแล้ว ทดสอบ เลือกเวลา (ตอนที่มารวมกันครบ เลือกเวลาเยอะๆหน่อย เดี๋ยวอ่านไม่ออก) เสร็จแล้วครับ รูปภาพวิ่งในอักษร ![]() การเอาภาพใส่ตัวอักษร ถ้ารู้เทคนิคจะง่ายมากครับ (เมื่อก่อนผมไม่รู้ ทำแล้ววุ่นวายมากๆ) ขั้นแรกคือใช้เครื่องมือ Type พิมพ์อักษรที่ต้องการจัดการขนาดที่ต้องการให้เรียบร้อยก่อนเลย จากนั้นเปิดรูปที่ต้องการ กด Ctrl ค้างไว้ แล้วลากรูปที่เราต้องการมาใส่ที่งานตัวอักษรของเรา ใช้ Move Tool วางตำแหน่งที่ต้องการให้เรียบร้อย จากนั้นกด Ctrl + G (Layers > Group with Previous) ตอนนี้อักษรของเราก็จะถูกแทนด้วยภาพแล้วครับ Jump ไปอิมเมจเรดดี้ สังเกตว่าที่ เลเยอร์รูปภาพยังถูกเลือกอยู่ สร้างเฟรมใหม่ ที่เฟรมใหม่เลื่อนรูปภาพไปตำแหน่งที่ต้องการ ใช้เครื่องมือ Tween ช่วยตามต้องการ เสร็จแล้วครับ ในทางกลับกันครับ เราสามารถเลือกทำให้อักษรวิ่ง แต่รูปอยู่นิ่งได้ ที่ส่วน อิมเมจเรดดี้ ตอนเลือก เราเลือกที่ตัวอักษรให้วิ่งแทน แต่ควรจะเผื่อพื้นที่ในขั้นตอนสร้างอักษรในขั้นตอนแรกไว้ครับ ขอขอบคุณ คุณYondaime รุ่นที่4 จากเว็ป http://www.truefaster.com มากนะคับ ความหมายของคำว่า"เกรียน"ไวรัสเกรียน 2. บุคคลที่มีแนวโน้ม ในการติดเชื้อโรคนี้ ส่วนใหญ่เป็นเด็ก คาดว่าตั้งแต่ ป.1 ขึ้นไป และชื่นชอบในการเล่นเกมออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อไวรัสชนิดนี้ ในวิจัยบางชิ้นพบว่าเด็กบางคนติดเชื้อนี้ตั้งแต่ เล่นเกมออนไลน์ได้... ซึ่งโรคนี้สามารถติดต่อไปยัง ผู้ที่มีอายุเกินวัยเด็กได้เช่นกัน 3. ผู้ที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะหายไปเองได้เมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว(อายุ 20 ปี) แต่ในบางรายกลับพบว่า ไม่หายและมีอาการรุนแรงขึ้น จึงเรียกพวกนี้ว่า โตแต่ตัว หัวยังเกรียน 4. อาการของผู้ที่ติดเชื้อนี้ คือ - มีความอดทนต่อสิ่งเร้าต่ำมาก มักอารมณ์เสียบ่อยๆ ไม่รู้จักคำว่าแพ้ คำว่าอภัย ไม่สบอารมณ์ที่ ตัวเองแพ้ หรือ ถูกผู้อื่นกระทำต่างๆในเกม และจะคิดว่าตัวเองถูกเสมอ และจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร โดยจะด่าทอออกมาตรงๆ อย่างหยาบคาย ในบางรายมีอาการเล็กน้อยจะใช้คำพูดที่เสียดสีเอา ในกรณีที่เป็นมากจะเล่นถึง บุพการี ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง - ไม่ชอบคิดถึงสภาพความเป็นจริง สิ่งรอบข้าง หรือในอนาคต มักให้ปากตัวเองเป็นใหญ่เสมอ หรือเรียกว่า " พูดไม่คิด " ซึ่งมีผู้พบว่าบางราย ถูกตบกระโหลกกลางร้านเกม - เป็นความสุขอย่างมากในการด่าชาวบ้าน เพื่อให้ชาวบ้านด่าตอบ หรือเรียกได้ว่าชอบทำตัวเด่น(แต่ไม่มีอะไรเด่นนอกจากหัว....) อยากเรียกร้องความสนใจ ชอบท้าทายชาวบ้าน โดยเฉพาะชอบท้าทายอำนาจ(มืด)ของ GM ซึ่งมีหลายรายต้องจบชีวิตที่โลดแล่นในเกมนี้ และชอบสร้างตัวใหม่มาเพื่อด่าชาวบ้านอีกด้วย - มีสติปัญญาและ IQ ค่อนข้างต่ำ คิดอะไรแค่ตรงหน้า คิดแต่จะทำอย่างไรให้คนอื่นเจ็บช้ำ จะด่าคนอย่างไรให้สนุกปาก คิดแต่จะแกล้งคนๆนี้แบบไหน ฯลฯ ซึ่งในหัว คิดแต่เรื่อง อาฆาต พยาบาท จองเวร และความเคียดแค้น ผู้ที่โดนพวกนี้รังควานอยู่ ควรไปทำบุญกรวดน้ำ แผ่เมตตาให้จะดีกว่า ไม่ควรโต้ตอบเพราะจะทำให้ติดเชื้อ เกรียน ได้โดยง่าย - ในบางรายจะใจดีแต่กลับ ผู้เล่นคนอื่นที่พูดจาเหมือนผู้หญิง(ซึ่งทางเราไม่ทราบว่าเขาเป็นผู้หญิงจริงๆหรือไม่) ซึ่งส่อไปทางจีบ หรือ หลี เขามากกว่า เราเรียกกลุ่มนี้ว่า " เกรียนหน้าม้อ "
อนึ่งซึ่งผู้ติดเชื้อนี้จะหายไปเองเมื่อมีภาวะทางความคิดและวัยมากขึ้น แต่ในบางรายกลับไม่หายซ้ำยังอาการยังหนักมากขึ้น โดยเข้าใจผิดว่าชีวิตจริงเป็นสงคราม สามารถทำได้แบบ
คำว่า "เกรียน" นั้นหากเปิดหาคำนี้ใน พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หน้า เกรียน ๑ [เกรียน] ว. สั้นเกือบติดหนังหัว ผิวหนังหรือ พื้นที่ เช่น ผมเกรียน หมาขนเกรียน หญ้าเกรียน เกรียน ๒ [เกรียน] ดู เลี่ยน ๑. เกรียน ๓ [เกรียน] น. แป้งซึ่งนวดด้วยน้ำร้อนแล้วไม่น่ายเป็นเม็ดปนอยู่ เม็ดนั้นเรียกว่า เกรียน; แต่วันนี้ผมไม่ได้มาพูดถึงคำนี้ตามที่พจนานุกรรมให้นิยามไว้หรอกนะครับ ต้นกำเนิดแห่ง เกรียน เกรียน คำนี้มีต้นกำเนิดมาจากที่ใดไม่มีหลักฐานระบุชี้ชัดได้ แต่ที่แน่ๆ บนศิลาจารึก หลักไหนๆ เกรียน ไม่ใช่คำด่าพร่ำเพรื่อเหมือนอย่างคำด่าอื่นๆ ที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง กลุ่มที่อยู่ในสภาวะ เกรียน หลายคนอาจจะเข้าใจผิดจนเหมารวมไปเลยว่า เกรียน คือ กลุ่มเด็ก ตั้งแต่ ป.1 จนถึง มัธยมปลาย ทำไมต้อง เกรียน หลังจากที่ได้ทำการศึกษาและค้นคว้าเป็นเวลาหลายวันผมได้พบว่า อาการที่เรียกว่า เกรียน - กลุ่ม เกรียน มักจะมีความเชื่อมั่นตัวเองสูงในจินตนาการ แต่ปฏิบัติตัวตรงกันข้าม อยากเทพแต่ทำตัว - กลุ่ม เกรียน มักจะมีความอดทนต่อสิ่งเร้าภายนอกน้อยกว่าบุคคลปกติ และควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ - ชาวเกรียนจะมีความสุขไปกับการ ด่าคนแบบไร้ เหตุผล - อาการหนึ่งที่เห็นได้ชัดจาก กลุ่มเกรียนคือจะเป็นกลุ่มคนที่มี IQ และ EQ ต่ำ จะหลีกเลี่ยงสภาวะ เกรียน อย่างไร สภาวะเกรียนสามารถป้องกันได้โดยการสร้าง “ภูมิคุ้มกันโรคเกรียน”
กลยุทธ การต่อต้านหัวเกรียน In webboard เกรียน(Skin Head) จัดเป็นสัตว์ประเภทหนึ่ง ซึ่งมีหน้าตาคล้ายมนุษย์ ปกติจะนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เกรียนมักจะไม่จำกัดอายุ แต่ความเกรียนมากหรือน้อยนั้น จะขึ้นอยู่กับ EQ และ IQ ด้านลบ ของเกรียนคนนั้นซะมากกว่า ยิ่งอิจฉา ยิ่งโลภ ก็ยิ่งเกรียนมากเท่านั้น เกรียน จะพบได้2สถานที่ในคอมพิวเตอร์ คือ 1/ ในตัวเกมออนไลน์ต่างๆ เมื่อเกรียนเริ่มเข้าไปในสังคมใหญ่ๆของเกมนั้นๆแล้ว เป้าหมายต่อไป คือ การทำให้ตัวเองมีชื่อเสียง 2/ ตามเวบบอร์ด ต่างๆ วิธีการของสร้างภาพ ของเกรียน ประเด็นแรกที่ส่วนใหญ่มักพบเห็นคือ “คิดยังไงกับ…..” สร้างเรื่องโจมตีผู้เล่นนั้น ต่อทันที ด้วยการนำเรื่องราวในเกมของเป้าหมาย มาโพสด่า เพื่อให้ผู้ที่ด่ามาในตอนแรกนั้นช่วยผสมโรง ก่อนที่จะพูดถึงวิธีการรับมือกับสัตว์ประเภทนี้ต้องมาทำความรู้จักพวกสัตว์เหล่านี้ซะก่อน การรับมือกับหัวเกรียน ที่ได้ผลดีมากที่สุด คุณอาจเคยดูหนัง เรื่อง อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม ให้เปิดดูในช่วงท้ายๆเรื่องแล้วพวกท่านจะเข้าใจหนทางการเอาชนะ ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของเกรียน ก็เหมือนคนที่มีกรรมคอยตามติดตัว การที่จะเอาชนะเกรียนซึ่งเป็นกรรม นั้น ข้าพเจ้าคิด ว่า ทำได้โดยการ “ หยุด “ หยุดทุกสิ่ง ปล่อยวาง ให้เห็น แต่สิ่งที่เกรียนสร้างขึ้นมาเพียงฝ่ายเดียว ให้เป็นการประจานตัวเองไป “หยุดทุกสิ่งทุกอย่าง นั่นคือทางออกที่ดีที่สุด”
ผีเดอะมอลงามฯ เป็นที่ลือกันทั่วไปในหมู่ของคนขับรถแท็กซี่ว่า
พอคิดได้ดังนั้นนายกล้าก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับ "เธอ"
อันนี้ทำงานส่งอาจารย์นะคับ
วิชาคอมพิวเตอร์ ด.ช.ณัฐวุฒิ หมัดยูนุ ม.3/4 เลขที่4
เรื่อง..ภัยจากอินเตอร์เน็ต
ปัจจุบันอินเตอร์เน็ต ได้เปิดให้บริการหลายประเภทและมีการขยายตัวเร็วมากและยังมีการขยายต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แล้วยังมีกลุ่มผู้ใช่ทั้งเก่าและใหม่ เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ใช่กัน บางคนใช่อินเตอร์เน็ตในการหาข้อมูล เพื่อหาความรู้ต่างๆเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น แต่ก็มีกลุ่มคนที่ไม่หวังดี ที่ใช่อินเตอร์เน็ตเป็นสือโดยอินเตอร์เน็ตจะใช่วิธีหลอกลวงหรือแสวงประโยชน์จากเด็กที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตที่ปรากฎเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง... นักล่อลวงเด็กได้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการล่วงละเมิดเด็กด้วยวิธีการต่างๆ กัน เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นสถานที่ที่ผู้คนจะสามารถ ติดต่อสื่อสารกับเด็กๆ ได้โดยง่าย
ปัญหาที่เกิดขึ้นเช่น 1.ถูกหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตโดนผ่านการแช็ตรูมหรือห้องแช็ตเพื่อหาเพื่อนใหม่ 2.ถูกก๊อปลิขสิทโดยการก๊อปแล้วส่งต่อๆแจกจ่ายกันไปหรือนำไปขาย 3.เมื่อเด็กเล่นเกมออนไลน์แล้วอาจจะมีการนำเอาไปทำตามแบบในเกมแล้วอาจจะมีอันตรายถึงชีวิต
การป้องกัน 1.พ่อแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิดเวลาลุกเล่นอินเตอร์เน็ต2.ผุ้ให้บริการอินเตอร์เน็ตควรตรวจสอบควบคุมการใช่อินเตอร์เน็ต3.ควรกำหนดเวลาเล่นอินเตอรืเน็ตของเด็ก
- - - - - - - ตดพิฆาต
กล่าวถึงตด วันนี้ มีหลายอย่าง อาจจะแปลก แตกต่าง ไม่ห่างชั้น
บ้างปลดปล่อย ตดเอา อย่างเมามันส์ บางคนอั้น นานนานลัก ตดสักที
ตดนั้นเหม็น ชิบหาย มีหลายกลิ่น บางทีหิ่น คือกลื่นฉุน คุณวิ่งหนี
ต้องรีบถ่อย ไปตั้งหลัก ซักนาที แมลงวัน แมลงหวี่ บินหนีตาย
บางคนตด ไร้พลัง เสียงดังปุ้ด! นั่งหน้าบูด เหม็นอยู่ มิรู้หาย
เหม็นอบอวล ไม่จาง ดั่งช้างตาย ตดดังยัง กะตดควาย หน่ายสิ้นดี
ตดฉันเด็ด ปล่อยทุกที ดังถี่ยิบ มิขมิบ อั้นไว้ ให้ปวดขี้
เมื่อยามตด สดชื่อ ระรื่นดี ตดก่อนหลับ ยังกับปี่ พระอภัย
เจ้าตดเอ๋ย จาดตูดงาม ในยามเช้า ตดแม่ยาย เหม็นเน่า เราไม่ไหว
ตดน้องเมีย สิหอมหวน รัญจวนใจ เหม็นเข้าไส้ คือตดเสีย ของเมียเอย
เพื่อนๆผม
MSN 8.0
พ่อสอนเรื่องsexพ่อลูกยืนสนทนา ในเรื่องเซ็กซ์
![]() ![]() ลูก - พ่อเวลามีเซ็กซ์ แล้วรู้สึกยังไง ![]() ![]() พ่อ -เหมือนกับการ ![]() ![]() เอานิ้วไปแคะขี้มูกในจมูกแหละ ![]() ![]() ลูก - ทำไม ผู้หญิงถึงร้องครวญคราง เหมือนมีความรู้สึกดีกว่าผู้ชายครับ ![]() ![]() พ่อ - อ้าว.. แล้วเวลาเอ็งแคะขี้มูก เอ็งรู้สึกว่า นิ้วของเอ็งดีขึ้นหรือว่ารูจมูกของเอ็งดีขึ้น... ![]() ลูก - ในเมื่อผู้หญิงรู้สึกดีขึ้นแล้วทำไมผู้หญิงถึงเกลียดการข่มขืนล่ะ ![]() ![]() ![]() พ่อ - มันไม่เหมือนกันแล้วถ้าเอ็งเดินอยูบนถนนแล้วมีคนวิ่งมาเอานิ้วมาทิ่มจมูกเอ็งนะ ![]() ![]() เอ็งจะชกเขามั้ย ![]() ![]() ลูก -แล้วทำไมผู้หญิงถึงไม่ชอบมีเซ็กซ์ในระหว่างมีประจำเดือน ![]() ![]() พ่อ - แล้วถ้าจมูกของเอ็งเลือดไหลอยู่ เอ็งจะแคะขี้มูกมั้ย.. ![]() ลูก - ทำไมผู้ชายถึงไม่ชอบใส่ถุงยางอนามัยขณะมีเซ็กซ์ ![]() ![]() ![]() ![]() พ่อ - แล้วถ้าพ่อบังคับเอ็งใส่ถุงมือแคะขี้มูกเอ็งจะรู้สึกยังไง ![]() ![]() ลูก - มีอีกคำถามครับพ่อ ผู้หญิงทำไมชอบบรรยากาศเงียบ ๆ ![]() ขณะที่เธอมีเซ็กซ์ ![]() ![]() พ่อ - อ้าว..แล้วพ่อใช้ให้เอ็งแคะขี้มูกหน้าชั้นเรียนเอ็งจะทำได้มั้ย.. โธ่ลูกพ่อเอ๊ย...... ![]() ![]() ลูก - "พ่อครับ พ่อเก่งจังเลย"
ของแปลกๆมีให้ดู
![]() ![]() ![]() อันนี้ให้ลากคลุมดำที่ภาพนี้ครับแล้วจะเห็น
![]() |
|
|